หน้าเว็บ

วราพร

วราพร
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ภาวะโรคของหลอดเลือดหัวใจป้องกันและยับยั้งด้วยฟักข้าว





ภาวะโรคของหลอดเลือดหัวใจ ที่มีหลอดเลือดตีบแคบลง มีผลทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการที่สำคัญ คือ เจ็บหน้าอก โดยจะมีลักษณะเฉพาะ คือ มีอาการเจ็บแน่น บริเวณกึ่งกลางหน้าอก อาจเจ็บร้าวไปที่คอ หลังหรือแขนข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้าง ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย คือ เหงื่อแตก คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ใจสั่น และเหงื่อออก 

เมื่อท่านมีอาการเจ็บหน้าอก อาจแสดงถึงภาวะดังนี้

1.กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

2.กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน

3.โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร ถุงน้ำดี แผลในกระเพาะอาหาร ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถแยกอาการเจ็บหน้าอก ออกจากอาการจุกเสียดท้อง และไม่มีอาการแสดงอื่นๆ เกี่ยวกับโรคหัวใจ

4.โรคปอดบางชนิด โรคถุงลมปอดแตก ปอดอักเสบ หลอดเลือดปอดอุดตัน

ข้อควรปฎิบัติหากท่านเจ็บแน่นหน้าอก

1.หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ นั่งพัก และร้องเรียกขอความช่วยเหลือ

2.หากอาการไม่ดีขึ้น รีบให้ญาตินำส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจรักษา

3.กรณีที่ท่านเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว รีบอมยาใต้ลิ้น ครั้งละ 1 เม็ด จนกว่ายาจะละลายหมด โดยท่านสามารถอมยาใต้ลิ้นได้ 3 ครั้ง และห่างกันประมาณ 5 นาที หรืออมยาเมื่อยาเม็ดเก่าละลายหมด หากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้รีบมาโรงพยาบาล

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค

1.ภาวะไขมันในเลือดสูง

2.ความดันโลหิตสูง

3.โรคเบาหวาน

4.สูบบุหรี่        
นอกจากนี้ยังมีสาเหตุส่งเสริม จากภาวะเครียด อายุ และ เพศ ร่วมด้วย

การรักษาเบื้องต้นที่ท่านจะได้รับ เมื่อมาโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอก

1.ยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าแน่นหน้าอก ชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

2.ออกซิเจน
       
3.ยาขยายหลอดเลือด ชนิดอมหรือพ่นใต้ลิ้น หรือชนิดหยอดเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บแน่นหน้าอก

4.ยาแอสไพริน

การป้องกัน

1.ตรวจสุขภาพเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

2.ควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่ ไม่อ้วนหรือผอมเกินไป

3.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหมอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที บ่อยเท่าที่สามารถทำได้

4.งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย


5.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เน้นรับประทานผักและผลไม้ให้มาก หากไม่ขัดกับโรคประจำตัวอื่นๆ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม หวานจัด และมีไขมันสูง เช่น เครื่องในสัตว์ ไขมันจากสัตว์ กะทิ อาหารผัดทอดต่างๆ 




ฟักข้าว แคปซูล 


ปริมาณและราคา 1 ขวด มี 90 แคปซูล ราคา 1300 บาท


ดูข้อมูลที่   http://pannfitgac.blogspot.com/


สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย 


คุณ วราพร แคล้วศึก


โทร. 085-9083178

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มะเร็งหลอดอาหาร เป็นมะเร็งของผู้ใหญ่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอายุอยู่ในช่วง 55-65 ปี โรคเกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง






สาเหตุของมะเร็งหลอดอาหาร สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแต่จากการศึกษาวิจัยพบปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญได้แก่

1.อาจมีความสัมพันธ์กับเชื้อชาติ เพราะอุบัติการณ์จะสูงกว่าในชาวอิหร่าน โซเวียตและจีน       

2.สุรา บุหรี่ เพิ่มปัจจัยเสี่ยง
       
3.การบริโภคสารพวกไนโตรโซ (Nitroso compound) หรือไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งมีอยู่ในอาหารบางจำพวกในปริมาณสูงและบริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร       

4.การรับประทานผัก ผลไม้มากๆ อาจลดปัจจัยเสี่ยง อาการและอาการแสดงของมะเร็งหลอดอาหาร ไม่มีอาการเฉพาะของมะเร็งหลอดอาหาร แต่จะเป็นอาการคล้ายคลึงกับโรคทั่วๆไปของหลอดอาหารที่พบบ่อย ได้แก่

1.กลืนอาหารไม่สะดวก รู้สึกติด หรือสำลัก

2.อาจมีเสลดปนเลือด 

3.ไอ สำลัก ขณะรับประทาน

4.อาจคลำต่อมน้ำเหลืองที่คอได้   

5.ผอมลงเพราะรับประทานไม่ได้หรือได้น้อย

ดังนั้น ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อการวินิจฉัยโรคที่ถูกต้อง


ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่จะตรวจคัดกรองมะเร็ง หลอดอาหารได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกเป็นโรคแต่อาจลดปัจจัยเสี่ยงลงได้ โดยการ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดังกล่าวได้แล้วได้ตอนต้น


1.ซักประวัติ อาการ อาการแสดง การตรวจร่างกาย 
2.ถ้าสงสัยอาจตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ด้วยการกลืนแป้งตรวจหลอดอาหาร ซึ่งเป็นการตรวจทางเอกซเรย์เพื่อดูภาพ และพยาธิสภาพของหลอดอาหาร     
3.การส่องกล้องตรวจพยาธิสภาพของหลอดอาหารและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ


เมื่อผลตรวจทางพยาธิวิทยา ระบุว่าเป็นมะเร็งแน่นอนแล้ว แพทย์มักตรวจเพิ่มเติมเพื่อประเมินสุขภาพของผู้ป่วย และหาระยะของโรคโดย
       
1.ตรวจเลือดดูการทำงานของไขกระดูก ตับ ไต เบาหวาน เป็นต้น

2.ตรวจปัสสาวะดูการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ
       
3.ตรวจเอกซเรย์ปอดดูการแพร่กระจายของโรค     

4.อาจตรวจภาพอัลตราซาวด์ตับ ถ้าสงสัยว่ามีโรคแพร่กระจายไปตับ
       
5.อาจตรวจภาพสแกนกระดูก ถ้าสงสัยว่ามีโรคแพร่กระจายไปกระดูก
       
6.ในผู้ป่วยบางราย ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แพทย์อาจส่งตรวจภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูการลุกลามของโรคไปยังอวัยวะอื่นๆ ใกล้เคียง หรือดูการแพร่กระจายของต่อมน้ำเหลืองในช่องอกหรือในช่องท้อง
การตรวจเพิ่มเติมต่างๆ ในผู้ป่วยแต่ละรายจะแตกต่างกัน ทั้งนี้จะเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์


ระยะที่ 1   
ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กยังอยู่เฉพาะในตัวหลอดอาหารยังไม่ลุกลาม

ระยะที่ 2
ก้อนมะเร็งลุกลามมากขึ้นลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง

ระยะที่ 3   
มะเร็งลุกลามทะลุเนื้อเยื่อต่างๆ ของหลอดอาหารและมีการแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองข้างเคียง

ระยะที่ 4   
มะเร็งลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง มีการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกล
ออกไปหรือกระจายไปอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไป เช่น ปอด ตับ หรือกระดูก เป็นต้น

ความรุนแรงของโรคมะเร็งหลอดอาหาร ความรุนแรงของโรคขึ้นกับปัจจัยต่างๆ หลายอย่างที่สำคัญได้แก่

1.ระยะของโรคระยะที่สูงขึ้น โรคจะรุนแรงมากขึ้น
       
2.สภาพร่างกายของผู้ป่วย ถ้าแข็งแรงผลการรักษาจะดีกว่า
       
3.โรคร่วมอื่นๆ ที่มีผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย เช่น เบาหวาน ความดัน เป็นต้น ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการรักษาได้
       
4.อายุ ในคนสูงอายุ มักจะทนการรักษาได้ไม่ดี

วิธีการรักษา การรักษามะเร็งหลอดอาหารมีวิธีการหลัก 3 วิธีคือ การผ่าตัด การฉายรังสี และเคมีบำบัด

การผ่าตัด จะเป็นวิธีการรักษาในมะเร็งระยะต้นๆ และเป็นมะเร็งหลอดอาหารในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดได้ โดยผ่าตัดเอาหลอดอาหารส่วนที่เป็นมะเร็งออกไป แต่ในโรคระยะลุกลามจนผู้ป่วยรับประทานทางปากไม่ได้ อาจมีการผ่าตัดเล็กทางกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กเพื่อให้อาหารทางสายยางแทน

รังสีรักษา โดยทั่วไปมักเป็นการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว หรือฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด หรือฉายรังสี เคมีบำบัด และผ่าตัด ซึ่งจะเป็นไปตามข้อบ่งชี้การแพทย์เป็นรายๆ ไป การฉายรังสีก็เช่นเดียวกัน การผ่าตัด จะมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือใช้รักษาเพื่อควบคุมโรค ซึ่งจะใช้รักษาผู้ป่วยระยะลุกลามไม่มากและมี สุขภาพแข็งแรงและการรักษาแบบประคับประคองที่จะใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็น มากแล้วหรือสุขภาพไม่แข็งแรง
เคมีบำบัด จะเช่นเดียวกัน มักใช้รักษาร่วมกับรังสีหรือร่วมกับรังสีและการ


การติดตามผลการรักษา

ภายหลังให้การรักษาครบแล้ว แพทย์มักนัดตรวจรักษาเพื่อติดตาม ผลการรักษาโดยใน 1-2 ปีหลังการรักษา อาจนัดตรวจทุก 1-2 เดือน ปีที่ 3-5 หลังการรักษา อาจนัดตรวจทุก 2-3 เดือน ในปีที่ 5 ไปแล้วอาจนัดตรวจ ทุก 6-12 เดือน ในการมาตรวจรักษาแต่ละครั้ง ควรพาญาติสายตรงหรือผู้ดูแลมาด้วย เพื่อร่วมพูดคุยปรึกษากับแพทย์โดยตรง และควรนำยาและผลการตรวจต่างๆ ถ้ามีการตรวจรักษาจากแพทย์ท่านอื่นมาให้แพทย์ดูด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้มีการรักษาได้อย่างเหมาะสม






ฟักข้าว แคปซูล 


ปริมาณและราคา 1 ขวด มี 90 แคปซูล ราคา 1300 บาท

ดูข้อมูลที่   http://pannfitgac.blogspot.com/

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย 


คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

อาการมะเร็งที่อวัยวะต่างๆป้องกันและยับยั้งได้





ในระยะแรกมักจะไม่ปรากฏอาการ ต่อมาเมื่อเป็นมากขึ้น (อาจนานเป็นเดือน เป็นปี) จะมีอาการทั่วไป (พบร่วมกันในมะเร็งทุกชนิด) คือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว อาจมีไข้ เรื้อรัง ท้องอืดเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน ซีด เป็นลม ใจหวิว คล้ายหิวข้าวบ่อย ส่วนอาการเฉพาะของแต่ละโรค (ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนจะมีอาการทั่วไป) เกิดจากก้อนมะเร็งไปกดเบียดหรือทำลายอวัยวะที่เป็น พอจะสรุปได้ดังนี้

1. มะเร็งผิวหนัง ส่วนมากจะเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงของไฝ ปาน หรือ จุดตกกระในคนแก่ โดยมีอาการคันแตกเป็นแผล เรื้อรังไม่ยอมหาย โดยไม่มีอาการเจ็บปวด ต่อมาแผลโตขึ้นเร็ว และมีเลือดออก มีสาเหตุสัมพันธ์กับการถูกแสงแดด (แสงอัลตราไวโอเลต) การกินยาที่เข้า สารหนู หรือน้ำมันดินที่มีผสมอยู่ในยาจีนยาไทย การสัมผัสถูกสารหนู หรือน้ำมันดิน การระคายเรื้อรังต่อไฝ ปานหรือหูดที่มีอยู่ก่อน

2. มะเร็งในช่องปาก จะมีก้อนหรือแผลเรื้อรังเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก เยื่อบุช่องปาก ลิ้น โดยเริ่มจากฝ้าขาวๆ ที่เรียกว่า ลิวโคพลาเคีย (Leukoplakia) มีสาเหตุสัมพันธ์กับการระคายเรื้อรัง เช่น กินหมาก จุกยาฉุน ฟันเกหรือใส่ฟันปลอมไม่กระชับ ดื่มเหล้าเข้มข้น (ไม่ผสมเจือจาง) สูบบุหรี่

3.มะเร็งที่จมูกและโพรงหลังจมูก มีอาการเลือดออกทางจมูก หน้าชา คัดจมูก ปวดศีรษะ ต่อมาอาจมีเลือดปนน้ำเหลืองออกทางจมูก หูอื้อ กลืนไม่ได้ ตาเข ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต มะเร็งที่โพรงหลังจมูก มีสาเหตุสัมพันธ์กับการดื่มเหล้าเข้มข้น สูบบุหรี่ การติดเชื้อไวรัสอีบีวี (EBV)

4.มะเร็งที่กล่องเสียง มีอาการเสียงแหบเรื้อรังและอาจมีอาการเจ็บคอ เวลากลืนเหมือนมีก้างติดคอต่อมามีเลือดออกปนกับเสมหะ มีสาเหตุสัมพันธ์กับการดื่มเหล้าเข้มข้น การสูบบุหรี่จัด การติดเชื้อไวรัสเอชพีวี

5.มะเร็งปอดมีอาการไอเรื้อรัง น้ำหนักลด ไอออกเป็นเลือดปนเสมหะ มีสาเหตุสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ การสูดควันดำจากท่อไอเสียรถ เขม่าจากโรงงาน สารใยหิน (asbestos) หรือฝุ่นนิกเกิล

6มะเร็งหลอดอาหาร เริ่มแรกอาจรู้สึกเจ็บเวลากลืนอาหาร ต่อมากลืนข้าวสวยไม่ได้ ต่อมากลืนข้าวต้มไม่ได้ จนในที่สุดกลืนได้แต่ของน้ำๆ หรือ กลืนอะไรก็ไม่ลงเลย พบมากในผู้ชาย มีสาเหตุสัมพันธ์กับการกินอาหาร และดื่มของร้อนๆ (เช่น น้ำชาร้อน ๆ), การดื่มเหล้าเข้มข้น, การสูบบุหรี่, ภาวะขาดวิตามินเอ เป็นต้น

7.มะเร็งกระเพาะอาหาร มีอาการท้องอืด แน่นท้องอยู่เรื่อย เบื่ออาหาร ต่อมาอาจมีอาเจียน คลำก้อนได้ที่ใต้ชายโครงซ้าย น้ำหนักลด ซีด อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ มีสาเหตุสัมพันธ์กับการเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ จากเชื้อเอชไพโลไร (H. pylori) แบบเรื้อรัง, การกินอาหารที่มีสารไนเทรตหรือไนโตรซามีน, อาหารเค็มหรืออาหารหมักเกลือ, อาหารประเภทรมควันกรรมพันธุ์, การมีประวัติการผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นต้น

8.มะเร็งตับอ่อน เริ่มแรกอาจมีอาการท้องอืดเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ต่อมามีอาการปวดท้อง และปวดหลังดีซ่าน ถ่ายอุจจาระสีซีดขาว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีสาเหตุสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ สารไนโตรซามีนสารไฮโดรคาร์บอน การกินอาหารพวกไขมันและโปรตีนสูง และอาจมีสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์

9. มะเร็งลำไส้เล็ก มักมีอาการปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรือถ่ายดำ น้ำหนักลด เป็นไข้ หรือมีภาวะลำไส้อุดตัน (ปวดท้องรุนแรง อาเจียน) บางรายอาจมีอาการดีซ่าน ถ่ายอุจจาระสีซีด ขาว อาจคลำได้ก้อนในช่องท้อง อาจมีสาเหตุสัมพันธ์กับการเป็นลำไส้เล็กอักเสบเรื้อรัง

10.มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเดินแบบเรื้อรัง หรือถ่ายเป็นเลือด หรือมูกปนเลือดเรื้อรัง ปวดท้อง ปวดหลัง ซีด น้ำหนักลด มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ เช่น ภาวะโคเลสเตอรอลในเลือดสูง, การกินอาหารที่มีกากใยน้อย แต่กินพวกไขมันมาก, ประวัติการเป็นมะเร็งในญาติพี่น้อง เป็นต้น

11.มะเร็งต่อมน้ำเหลือง จะมีต่อมน้ำเหลืองโตเป็นก้อนที่บริเวณคอ รักแร้ และขาหนีบ อาจมีไข้เรื้อรัง มีสาเหตุสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส เอชทีแอลวี-1, เชื้ออีบีวี, เอดส์, การได้รับยาเคมีบำบัด หรือรังสีบำบัดมาก่อน เป็นต้น

12.มะเร็งเต้านม คลำได้ก้อนที่เต้านม หัวนมบุ๋ม (เดิมเป็นปกติ เพิ่งมาบตอนหลัง) หรือมีน้ำเหลืองหรือเลือดออกทางหัวนม ต่อมาจะมีต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ข้างเดียวกันโต ผู้หญิงที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ เช่น ผู้หญิงที่มีมารดาเป็นมะเร็งเต้านม ก่อนวัยหมดประจำเดือน หรือมีญาติพี่น้องเป็นโรคนี้หลังวัยประจำเดือน, ผู้หญิงเกิน 50 ปี ที่ยังไม่มีบุตร, ผู้หญิงที่มีบุตรคนแรกเมื่ออายุเกิน 30 ปี, ผู้หญิงที่มีประวัติเป็นโรคเต้านมเรื้อรัง, คนอ้วน, ผู้ที่สัมผัสถูกรังสี หรือดื่มเหล้า

13มะเร็งปากมดลูก มีเลือดออกเวลาร่วมเพศ มีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด หรือมีตกขาวเรื้อรัง มีสาเหตุสัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชพีวี (HPV/Human papilloma virus) ของปากมดลูกซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร่วมกับปัจจัยเสริมอื่นๆ เช่น การกินยาเม็ดคุมกำเนิด การสูบบุหรี่ เป็นต้น โรคนี้พบมากในผู้หญิงที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย มีสามีหลายคน หรือมีสามีสำส่อนทางเพศ และในหญิงบริการ

14มะเร็งอัณฑะ พบมีก้อนแข็งที่ถุงอัณฑะ และโตขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งอาจมีอาการปวดร่วมด้วย สาเหตุ ยังไม่ทราบ พบว่า ผู้ที่มีอัณฑะไม่เลื่อนลงถุงอัณฑะ ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิด อาจค้างอยู่ในช่องท้อง หรือขาหนีบ มีโอกาสเป็นมะเร็งอัณฑะมากขึ้น

15. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มีอาการปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะขัดและบ่อย มีสาเหตุสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ การสัมผัสถูกสารอะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (aromatic hydrocarbon) ที่เป็นสารประกอบของสีที่ใช้ทางอุตสาหกรรม, การกินอาหารพวกเนื้อปิ้ง ย่าง และไขมันมาก

16.มะเร็งต่อมลูกหมาก มักไม่มีอาการแสดง จนกระทั่งแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียง ทำให้มีอาการขัดเบา ปัสสาวะลำบาก หรือ ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดหลังหรือปวดสะโพกน้ำหนักลด มักพบในคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มีสาเหตุสัมพันธ์กับฮอร์โมนแอนโดรเจน และพบว่าผู้ที่มีประวัติญาติพี่น้องเป็นโรคนี้ หรือเคยทำหมันชาย มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้สูงขึ้น

17.มะเร็งกระดูก มีอาการข้อบวม กระดูกบวม บางครั้งพบหลังเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เข้าใจว่าเป็นกระดูกหักได้

18.มะเร็งของลูกตาในเด็ก (Retemoblastoma) นัยน์ตาดำของเด็กมีสีขาววาวคล้ายตาแมว เด็กจะบ่นว่าตาข้างนั้นมัว หรือมองอะไรไม่เห็น เมื่อเป็นมากขึ้น ตาจะเริ่มปูดโปนออกมานอกเบ้าตา

19.มะเร็งรังไข่หรือไต มีอาการมีก้อนในท้อง ท้องมาน ส่วนมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับ มะเร็งในสมอง จะมีอาการแบบเดียวกับเนื้องอกในสมอง มะเร็งต่อมไทรอยด์





ฟักข้าว แคปซูล 

ปริมาณและราคา 1 ขวด มี 90 แคปซูล ราคา 1300 บาท

สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย 

คุณ วราพร แคล้วศึก

โทร. 085-9083178


e-mail pannfit@gmail.com        

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ผงฟักข้าว 100% จากเวียดนาม มาผลิตเป็น ฟักข้าวแคปซูล

ผงฟักข้าว 100% จากเวียดนาม มาผลิตเป็น ฟักข้าวแคปซูล

ผงฟักข้าว 100% จากเวียดนาม มาผลิตเป็น ฟักข้าวแคปซูล Joel Gac Fruit



ส่วนผสมสำคัญ ของฟักข้าวแคปซูล Joel Gac คือ ผงฟักข้าว(Gac powder)100% จากประเทศเวียดนาม 500 มก./1 แคปซูล
ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่น ไม่เจือสีสังเคราะห์ ผงฟักข้าวแท้จากประเทศเวียดนาม ได้รับการรับรองจากเอกสารของสหัรัฐอเมริกา เป็นผงฟักข้าวชนิดเดียวที่ประเทศเวียดนามผสดและส่งออกไปให้ใน ญี่ปุ่นและอเมริกา

ปัจจุบัน ผลฟักข้าวนี้ นำมาผลิตเป็น ฟักข้าวแคปซูล
Joel Gac ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ ฟักข้าวแคปซูล Joel Gac สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้
รับประทาน ฟักข้าวแคปซูล 1 แคปซูล เท่ากับรับประทาน มะเขือเทศ 3 กก.

ฟักข้าว แคปซูล ชื่อ Joel Gac

รับประทานได้ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี โดยเฉพาะผู้ป่วยในระยะพักฟื้น
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร และ ก่อนนอน 1 ชั่วโมง


ฟักข้าว มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาก เช่น Beta-carotene, Lycopene, Vitamin A, Oleic acid, Palmitic acid, Linoleic acid, Omega-6, Omega-3 ฯลฯ

1. เบต้าแคโรทีน


  • เบต้าแคโรทีนเป็นสารที่พบในพืชชนิดต่างๆ เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ โดยร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนให้เป็นวิตามินเอ
  • พบในผักและผลไม้ที่มีสีเหลืองเข้ม สีเขียวเข้ม สีส้ม เช่น แครอท มันเทศ พีช แอปพลิคอท ผักโขม บล็อกโคลี่ น้ำเต้า ฯลฯ
  • เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะช่วยต่อต้านมะเร็งที่เกิดจาก DNA ถูกทำลาย จากการศึกษาการระบาทวิทยา ได้เชื่อมโยงการกินอาหาร ที่มีเบต้าแคโรทีนสูงและระดับนิวเทรียนต์ในเลือกสูงจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด


2. ไลโคพีน

  • ไลโคพีน คือแคโรทีนนอยด์ที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งสร้างสีแดงในมะเขือเทศ ฝรั่ง(แดง) แตงโม พิงค์เกรปฟรุ๊ต โรสฮิป และฟักข้าว
  • ไลโคพีนได้รับการทดสอบว่าสามารถต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวทำลายของร่างกาย
  • ในร่างกายไลโคพีนสะสมอยู่ในตับ ปอด ต่อมลูกหมาก ลำไส้ และผิวหนัง โดยในเนื้อเยื่อของร่างกายจะสะสมไลโคพีนได้ดีกว่าแคโรทีนและแคโรทีนนอย์ตัวอื่นๆ
  • จากการศึกษาในหลายๆ เรื่องแสดงให้เห็นว่า ผักที่มีแคโรทีนนอย์สูง สามารถช่วยลดการเกิดมะเร็ง ตัวอย่างเช่น การทานมะเขือเทศเป็นประจำมีส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็งทางเดินอาหาร ในการศึกษาบางการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าการบริโภคอาหารที่มีไลโคพีน จะช่วยทำให้สุขภาพของต่อมลูกหมากดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง นอกจากนั้น ไลโคพีนยังให้ผลดีและป้องกันมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสะวะ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งผิวหนัง
  • มีการวิจัยที่ให้ความเห็นว่า ไลโคพีน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน และปฏิกิริยา Oxidation (อนุมูลอิสระ)


3. วิตามินเอ


  • วิตามินเอ ถูกพบในอาหารเป็นสารที่จำเป็นต่อสุขภาพ
  • นอกจากวิตามินเอจะถูกพบในฟักข้าว วิตามินเอยังถูกพบในตับ และผลิตภัณฑ์ที่มีไขมัน เช่น นม พีช เนย ไอศกรีม และในปลาที่มีไขมัน เช่น ปลาเฮอร์ริ่ง ซาดีน ทูน่า และยังสามารถพบในน้ำมันตับปลาของปลาฉลาม ปลาคอท และปลา Hallibut
  • วิตามินเอ มีส่วนร่วมในกระบวนการแบ่งเซลล์โดยช่วยป้องกันไม่ให้การแบ่งเซลล์ผิดปกติ เช่น การแบ่งที่ผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็ง
  • จากการศึกษาในสัตว์พบว่า วิตามินเอ ช่วยลดการเกิดโรคมะเร็ง

4. กรดไขมัน


  • ไขมันในร่างกายแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือไขมันจำเป็นและไขมันสะสม
  • ส่วนของไขมันที่ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์คือ กรดไขมันจำเป็น (EFAS)
  • ไขมันจำเป็นเป็นตัวสำคัญที่ช่วยให้ร่างการทำงานได้ปกติ มันจะถูกเก็บสะสมเป็นปริมาณเล็กน้อยในไขกระดูก อวัยวะระบบประสาทส่วนกลาง และกล้ามเนื้อ
  • เมื่อได้รับประทานไขมัน ร่างกายจะนำไปเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน ซึ่งถูกนำไปใช้ในการสร้างพลังงาน ช่วยในการเจริญเติบโต และเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์
  • ร่างกายไม่สามารถสร้างกรดไขมันเองได้ จะได้จากการรับประทานเท่านั้น Omega6 Omega3 เป็นกรดไขมันที่สำคัญชนิดหนึ่ง
  • คนส่วนมากจะได้รับ Omega6 มากกว่า Omega3
  • Omega3 สำคัญต่อการพัฒนาสมองและการมองเห็นในเด็ก เสริมสร้างการเรียนรู้ ความจำ และมีส่วนช่วยในการลดความเครียด
ปัจจุบันค้นพบว่า ผลฟักข้าว(Gac furit) มีสาร ไลโคปีน มากกว่า มะเขือเทศ 70 เท่า อยู่ในผลิตภัณฑ์ ฟักข้าวแคปซูล JoelGac
ผลิตภัณฑ์ ฟักข้าวแคปซูล Joel Gac สามารถป้องกันและแก้ปัญหา โรคมะเร็งได้
รับประทาน ฟักข้าวแคปซูล 1 แคปซูล เท่ากับรับประทาน มะเขือเทศ 3 กก.
ฟักข้าว แคปซูล ชื่อ Joel Gac Fruit
รับประทานได้ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี โดยเฉพาะผู้ป่วยในระยะพักฟื้น
วิธีรับประทาน รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง หลังอาหาร และ ก่อนนอน 1 ชั่วโมง
ปริมาณใน 1 แคปซูล : 1 แคปซูล ปริมาณ 500 มก. (มีส่วนผสมจาก ฟักข้าว 100%)
ส่วนผสมสำคัญ คือ ผงฟักข้าว(Gac powder)100% จากประเทศเวียดนาม 500 มก./1 แคปซูล
ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่แต่งกลิ่น ไม่เจือสีสังเคราะ






ฟักข้าว แคปซูล ชื่อ Joel Gac Fruit

ปริมาณและราคา 1 ขวด มี 90 แคปซูล ราคา 1300 บาท
สั่งซื้อและเป็นตัวแทนจำหน่าย

คุณ วราพร แคล้วศึก
โทร. 085-9083178
http://pannfitgac.blogspot.com/


บล็อกสินค้าแนะนำ